อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวัน ประกันอุบัติเหตุช่วยรับมืออะไรได้บ้าง?

เมื่อเช้านี้คุณอาจจะเพิ่งขับรถผ่านสี่แยกที่รถติดหนักๆ มา หรือรีบเดินลงบันไดบ้านทั้งที่พื้นยังเปียกอยู่นิดหน่อย เรื่องแบบนี้เราทำกันทุกวันจนแทบไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามันมีความเสี่ยงแฝงอยู่ แล้ววันหนึ่งพอมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวเจ็บตัวจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมา เราถึงจะนึกได้ว่า อ๋อ เรื่องแบบนี้เกิดกับใครก็ได้จริงๆ

นั่นแหละคือเหตุผลที่หลายคนเริ่มหันมาสนใจ ประกันอุบัติเหตุ กันมากขึ้น ไม่ใช่เพราะขี้กลัวหรือคิดลบเกินไป แต่เพราะรู้ตัวว่าชีวิตมันมีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ และการมีอะไรสักอย่างมารองรับไว้ล่วงหน้าก็ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ

อุบัติเหตุอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

พอพูดถึงคำว่า "อุบัติเหตุ" หลายคนมักนึกถึงแต่ภาพรถชนหรือเหตุการณ์ใหญ่ๆ ทั้งที่จริงแล้วมันเกิดขึ้นได้ในรูปแบบที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก อย่างการลื่นในห้องน้ำ มีดบาดตอนทำกับข้าว ตกบันได โดนสุนัขข้างบ้านกัด หรือแม้แต่แค่เดินสะดุดขอบพรมแล้วข้อเท้าพลิก เรื่องเหล่านี้ฟังดูเล็กน้อยในตอนแรก แต่พอเกิดขึ้นจริงกลับมาพร้อมค่ารักษาที่ไม่เล็กเลย

ที่แย่กว่านั้นคือ มันไม่เคยมาพร้อมการแจ้งเตือนล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายที่ตามมาก็เลยกลายเป็นเรื่องที่กระทบแผนการเงินของเราแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งค่าห้องฉุกเฉิน ค่าผ่าตัด ค่ากายภาพบำบัด หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจต้องหยุดงานจนขาดรายได้ไปพักหนึ่งเลย นี่คือช่วงเวลาที่ ประกันอุบัติเหตุ จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้จริงๆ

แล้วประกันอุบัติเหตุช่วยอะไรได้บ้าง

พูดง่ายๆ ประกันอุบัติเหตุ ก็คือความคุ้มครองที่ออกแบบมาสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันโดยเฉพาะ ต่างจากประกันสุขภาพทั่วไปตรงที่ไม่ได้ครอบคลุมโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ แต่เน้นไปที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้โดยตรง

เรื่องแรกที่หลายคนคุ้นเคยกันดีคือ ค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการไปหาหมอแบบผู้ป่วยนอกหรือต้องนอนโรงพยาบาล ประกันประเภทนี้ก็ช่วยรับผิดชอบส่วนนี้ให้ได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เวลาเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ เราไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องเงินก่อนจะได้รับการรักษา

ถัดมาคือกรณีที่รุนแรงกว่านั้น อย่างการสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง เงินชดเชยก้อนหนึ่งจากกรมธรรม์ก็จะช่วยพยุงชีวิตในระยะยาวได้ไม่น้อย รวมถึงบางแผนยังมีการชดเชยรายได้ระหว่างพักฟื้นด้วย ซึ่งเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องหยุดงานกะทันหัน เพราะรายจ่ายมันไม่หยุดรอเราแม้เราจะทำงานไม่ได้ก็ตาม

และสุดท้าย ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือการเสียชีวิต ความคุ้มครองส่วนนี้ก็เป็นเหมือนการดูแลคนข้างหลังต่อ ให้พวกเขามีเงินก้อนไว้ประคับประคองชีวิตในช่วงที่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย

ทำไมคนสมัยนี้ถึงเริ่มมองเรื่องนี้จริงจังขึ้น

ส่วนหนึ่งคงเพราะค่ารักษาพยาบาลทุกวันนี้แพงขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนรู้สึกว่าถ้าไม่มีอะไรรองรับไว้เลย เผลอๆ อุบัติเหตุครั้งเดียวอาจกระทบเงินเก็บทั้งก้อนได้ง่ายๆ อีกอย่างคือ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่เบี้ยไม่ได้แพงเท่าที่คิด สมัครก็ไม่ยุ่งยาก หลายแผนไม่ต้องตรวจสุขภาพด้วยซ้ำ แถมคุ้มครองตลอดเวลาไม่ว่าจะวันทำงานหรือวันหยุด จะไปเที่ยว ไปออกกำลังกาย หรืออยู่บ้านเฉยๆ ก็ครอบคลุมหมด

ถ้าจะเลือกสักแผน ควรดูอะไรบ้าง

จริงๆ ไม่มีสูตรตายตัวว่าแผนไหนดีที่สุด เพราะแต่ละคนใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน คนที่ขับรถทุกวันกับคนที่นั่งทำงานอยู่บ้านเป็นหลักก็อาจต้องการความคุ้มครองคนละแบบ สิ่งที่ควรลองถามตัวเองก่อนคือ ไลฟ์สไตล์เราเสี่ยงแค่ไหน วงเงินที่ได้เพียงพอกับค่ารักษาในปัจจุบันไหม เงื่อนไขความคุ้มครองครอบคลุมกิจกรรมที่เราทำเป็นประจำหรือเปล่า แล้วก็อย่าลืมเช็กด้วยว่าบริษัทที่เลือกมีประวัติการเคลมที่น่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะมีประโยชน์จริงก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งาน มันช่วยเราได้ทันและไม่ยุ่งยากจนเกินไป

 

เราบังคับไม่ให้เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ แต่เราเลือกวิธีเตรียมพร้อมรับมือได้ การมี ประกันอุบัติเหตุ ติดตัวไว้สักเล่ม เป็นการลงทุนความอุ่นใจที่คุ้มค่า ช่วยให้เราออกไปใช้ชีวิต ทำกิจกรรมที่ชอบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าเหตุไม่คาดคิดจะมาทำให้เงินเก็บของเราต้องสะดุด